แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Pronunciation แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Pronunciation แสดงบทความทั้งหมด

เรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง Pronunciation ตอนที่ 2 (ตอนจบ)


เรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง Pronunciation ตอนที่ 2 (ตอนจบ)

การออกเสียงพยัญชนะบางตัวในคำอ่าน

มีพยัญชนะบางตัวในภาษาอังกฤษซึ่งเมื่อนำมาผสมเป็นคำอ่านแล้ว จะออกเสียนงผิดไปจากความหมายของพยัญชนะตัวนั้นๆ ซึ่งรายละเอียดมีอย่างไร ขอได้โปรดติดตาม..

พยัญชนะ C :

C จะออกเสียงเป็น k (คือเท่ากับ “ค”) ในกรณีที่

1)เมื่อ c ตามด้วยสระ a, o, u เช่น
call (คอล), cold (โคลด), cut (คัท)
can (แคน), could (คู๊ด), coin (คอย)

2)เมื่อ c ทำหน้าที่เป็นตัวสะกด เช่น :

Olympic (โอลิมปิค), picnic (ปิกนิค)
act (แอ็ค), nick (รอยบิ่น, เวลาขณะหนึ่ง)

C จะออกเสียงเป็น s (คือเท่ากับ “ส”) เมื่อตามด้วยสระ e, I, y เช่น

per cent (เปอร์เซ็นต์), accident (แอ็คซิเด้นท์)
city (ซิทที) cypress (ไซเพรส), cycle (ไซคึล)

CC จะออกเสียงเป็น k (เท่ากับ “ค”) เมื่อตามด้วยสระ a, o เช่น
Account
(แอ็คเค้าท์)
Accord
(แอ็คเคิด)
Acclaim
(แอ็คเคลม)
Accomplice
(แอ็คคอมพลีซ)

หรือออกเสียงเป็น ks (คซ) เมื่อตามด้วย e, i เช่น :

Accent
(แอ็คเซ้นท์)
Vaccine
 (แว็คซีน)



พยัญชนะ ch

ch โดยปกติจะออกเสียง “ช” เสมอ เช่น


chair (แชร์) cheap (ชีพ)

แต่ ch จะออกเสียงเท่ากับ k (ค) เมื่อคำนั้นมาจากภาษากรีก ได้แก่คำต่อไปนี้
Echo
เอคโค้
เสียงก้อง
Ache
เอ๊ค
ความเจ็บปวด
Epoch
อีพ๊อค
สมัย
Choir
ควาเออะ
กลุ่มนักร้อง
Chaos
เคอ็อส
ความวุ่นวาย
Christ
ไคร้สท์
พระเยซู
Chemist
เคมิส
เภสัชกร
Anchor
แอนคอร์
สมอเรือ
Stomach
สโทแมค
ท้อง
Architect
อาร์คิเทค
สถาปนิก
Archaic
อาเคอิค
โบราณ,เก่า
Cholera
คอเลอร่า
เชื้ออหิวาต์
Technical
เทคนิคคัล
แห่งหลักวิชา
Technique
เทคนิค
หลักวิชา
Character
คาแรคเตอร์
นิสัย
School
สคูล
โรงเรียน
Technology
เทคน็อลโลจิ
วิชาเทคนิค

Qu ตัวนี้โดยปกติจะออกเสียง kw (คว) เสมอ เช่น

equal อีควอล เท่าเทียมกัน

liquid ลิควิด ของเหลว

conquest คอนเควสท์ ชัยชนะ

แต่ถ้า qu มาเป็นตัวสะกดและมี e ตาม คือสะกดด้วย que จะออกเสียงเป็น k (ค) เฉยๆ (ไม่ใช่ kw = คว เช่น
cheque เช็ค ใบเบิกเงิน

unique ยูนิค เอกภาพ

opaque โอเปค ตัวกลางทึบแสง

หมายเหตุ ถ้าเป็น qu ต่อไปนี้ออกเสียงเป็น k (ค) เท่านั้นได้แก่
mosquito มอสคิโท ยุง

liquor ลิเคอร์ เหล้า

queue คิว แถว

th ตัวนี้มีการออกเสียงอยู่ 2 อย่างคือ

1) th ออกเสียงเป็น “ซีต้า” (คือใช้ปลายลิ้นแตะปลายฟันทั้งบนและล่างแล้วจึงเปล่งเสียงออกมา) เช่น
think, thank, thin, thing

2) th ออกเสียงเป็น “เดลต้า” คือออกเสียง ด ค่อนข้างไปทาง ธ เช่น that, this, those, then, they

พยัญชนะที่ไม่ออกเสียง (Silent Consonant)

มีพยัญชนะอยู่บางตัวซึ่งเมื่อมารวมกันผสมเป็นคำเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ออกเสียง ซึ่งพยัญชนะดังวามานี้ได้แก่ตัวไหนบ้างนั้น มาดูกัน

b จะไม่อ่านออกเสียง เมื่อ b นำหน้าด้วย m เช่น
Bomb
บอม
ทิ้งระเบิด
Lamb
แลมป์
ลูกแกะ
Comb
คม
หวี
Dumb
ดัม
เป็นใบ้
Limb
ลิม
แขนขา
Climb
ไคลม
ปีนป่าย
Succumb
ซัคคัม
ยอมแพ้
Plumber
พลัมเมอะ
ช่างบัดกรี
Remember
รีเมมเบอร์
จำ

ยกเว้น :

อนึ่งเมื่อ b อยู่หน้า t พยัญชนะ b ไม่ต้องอ่านออกเสียงอีกเช่นกัน

debt เด้ด หนี้สิน

doubt เด้า การสงสัย

subtle ซัททึล อธิบายยาก, รุนแรง

t ไม่อ่านออกเสียง เมื่อ t อยู่หลังพยัญชนะ s ของคำต่อไปนี้ ได้แก่

castle คาสซึน ปราสาท

listen ลิสซึน ฟัง

fasten ฟาสซึน ผูก,มัด,ทำให้แน่น

whistle วีสซึน เป่านกหวีด

hasten เอชึน รีบเร่ง

wrestle เวสซึน ปล้ำมวย

postpone โพสทโพน เลื่อนออไป

อนึ่ง t อยู่หลัง f ก็ไม่อ่านออกเสียงอีกเช่นกัน ได้แก่คำต่อไปนี้คือ

often ออฟฟึน บ่อยๆ

soften ซอฟฟึน ทำให้อ่อนลง

G ไม่อ่านออกเสียง เมื่อ g นำอยู่ข้างหน้า พยัญชนะ m หรือ n ได้แก่คำต่อไปนี้คือ

compaign แคมเพน การขับเคี่ยว

paradigm แพระดิม แบบอย่างไวยากรณ์

foreign ฟอเรน ต่างประเทศ

assign แอสไซน์ กำหนด, แต่งตั้ง

sovereign วอฟวึริน ผู้มีอำนาจ, สูงยิ่ง

gnat แน้ท ตัวมด

ข้อยกเว้น : แต่ถ้า g อยู่หน้าพยัญชนะ n ของคำต่อไปนี้ ให้อ่านออกเสียง g ได้ ได้แก่

signature ซเนเช่อะ ลายเซ็น

resignation รีซิกเนชัน การลาออก

signify ซิกนิฟาย ทำเครื่องหมายให้เห็น

signal ซิกแนล ให้สัญญาณ

w จะไม่อ่านออกเสียนง เมื่อ w อยู่หน้าพยัญชนะ r ได้แก่ คำต่อไปนี้

write ไร้ท์ เขียน

wrist ริสท ข้อมือ

wrap แร็พ ห่อ

wrong รอง ผิด

wreath รีด พวงหรีด

wring ริง ปิดด้วยกำลัง

wrestle เรสซึน มวยปล้ำ

wrinkle ริ่งคึล ย่น

อนึ่ง w หลัง s ก็ไม่ต้องอ่านออกเสียงได้แก่คำต่อไปนี้

answer อ้านเซอร์ ตอบ, คำตอบ

sword ซอด ดาบ, กระบี่

d จะไม่อ่านออกเสียนงเมื่ออยู่ในคำต่อไปนี้


Wednesday เวนซเดย์ วันพุธ

handkerchief แฮ็งเคอะชีฟ ผ้าเช็ดหน้า

handsome แฮนซัม รูปหล่อ

k ไม่อ่านออกเสียง เมื่ออยู่หน้า n เช่น

know โนว รู้, ทราบ

knee นี เข่า

knife ไน้ฟ มีด

knot น้อท ปมเชือก

kneel นีล คุกเข่า

knob นอบ ปุ่ม, ลูกบิด

knight ไน้ท ขุนนาง

knock น็อท เคาะ, ชน, ทุบ

etc.

L ไม่อ่านออกเสียง เมื่อคำๆ นั้นสะกดด้วย –alk, -alf, -alm เช่น


chalk ชอล์ค ชอล์คที่ใช้เขียน

calm คาล์ม เงียบ, สงบ

half ฮ้าฟ ครึ่ง

n ไม่อ่านออกเสียง เมื่อคำ ๆ นั้นสะกดด้วย –mn เช่น

autumn ออทั่ม ฤดูใบไม้ร่วง

clumn คอลลัม แถว, เสาใหญ่

damn แดม เลวทราม

condemn คอนเดม ประณาม

solemn โซเลม โง่

แต่ถ้า n มีสระต่อท้ายให้ออกเสียง n ด้วย เช่น

columnist คอลลัมนิสท์ นักเขียนบนความ

condemnation ค็อนเดมเนชั่น การคว่ำบาตร

P ไม่อ่านออกเสียงในคำอ่านต่อไปนี้


pshchology ไซค็อลโลจิ จิตวิทยา

pneumonia นิวโมเนีย โรคปอดบวม

psalm ซาม บทสวด

เรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง Pronunciation ตอนที่ 1

เรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง Pronunciation ตอนที่ 1

ถาม : Pronunciation คืออะไร มีหลักเกณฑ์อย่างไรบ้าง

ตอบ : Pronunciation หมายถึง “การออกเสียงคำอ่านหนัก-เบา”

ในภาษาอังกฤษนั้นการออกเสียงคำศัพท์ หรือคำอ่านถือเป็นเรื่องสำคัญมากอย่าได้คิดว่ารู้แต่หลักไวยากรณ์ (grammar) ความหมาย (meaning) และวิธีใช้ (usage) ก็ถือว่า “สำเร็จกิจขั้นสูงสุดทางการเรียนภาษาอังกฤษแล้ว” อะไรทำนองนี้หาได้ไม่ ยัง........เรายังต้องมาศึกษาถึงกลไกการออกเสียงคำอ่านเสียก่อนว่า คำนั้น ชนิดนั้น กลุ่มนั้น เมื่อนำมาอ่านหรือพูดจะออกเสียงอย่างไร หนักเบา ตรงไหน สิ่งเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ศึกษาภาษาอังกฤษ ต้องเรียนรู้ควบกันไปด้วย

หากจะนำหลักการออกเสียงหนักเบามากล่าวอย่างบริบูรณ์จริงๆ แล้ว คงต้องทำเป็นตำราเล่มขนาดมหึมา เลยทีเดียว ดังนั้น บทเรียนเกี่ยวกับการออกเสียง จะขอกล่าวถึงเฉพาะ “หลักทั่วไป” ของการออกเสียงเพื่อเป็นรากฐานเบื้องต้นให้กับผู้ศึกษาเท่านั้น ซึ่งมีดังต่อไปนี้



1.) คำที่มี 2 พยางค์ โดยทั่วไปให้เข้าใจไว้ก่อนว่า ต้องออกเสียงหนัก (stress) ที่พยางค์แรก เช่น
Table
เทโบล
Window
วิ้นโด
Money
มันนี
Father
ฟาเธอะ
Brother
บรัดเธอะ
Country
คันทริ
Pencil
เพ็นซิล
Student
สติวเดนท์
Etc.

Etc.


ข้อยกเว้น :
(a) คำ 2 พยางค์ต่อไปนี้ ให้ออกเสียงหนัก (stress) ที่พยางค์หลัง ได้แก่
Hotel
โฮเทล
Canal
เค่อะแน่ล
Police
เฟอะลี้ซ
Cadet
เค่อะเดท
Arcade
อาเคด
Encase
เอ็นเคส
Etc.

Etc.







  (b) คำ 2 พยางค์ ซึ่งนำหน้าด้วย prefix (หรือคล้าย prefix) ให้ออกเสียงหนักที่พยางค์หลัง ได้แก


Admit
เอิดมิท
อนุญาต
Deny
ดินาย
ปฏิเสธ
Prepare
พริแพร์
เตรียม
Arrive
เออะไร้ฟว์
มาถึง
Unwise
อันวายซ์
ไม่ฉลาด
Expense
เอกซเพ้นซ์
แพง
Belong
บิลอง
เป็นของ
Success
ซัคเซ้ส
ความสำเร็จ









2) คำ 3 พยางค์โดยทั่วไปให้เข้าใจไว้ก่อนว่า ออกเสียงหนักที่พยางค์แรกเสมอ ได้แก่

Property
พร้อพเพอะที
สมบัติ
Illustrate
อิลลัสสเตรท
แสดงด้วยภาพ
Fertilize
เฟอทิไลซ์
ทำให้อุดมสมบูรณ์
Healthiness
เฮ็ลธิเนสส์
มีสุขภาพดี
Advertise
แอดเวอะท่ายส์
โฆษณา
Handkerchief
แฮ้งเคอะชีฟ
ผ้าเช็ดหน้า
Saxophone
แซ็คโซโฟน
เครื่องดนตรี (ชนิดหนึ่ง)
Murderer
เมอเดอะเรอะ
ฆาตรกร











 ข้อยกเว้น : ถ้าเป็นคำ 3 พยางค์ต่อไปนี้ให้ออกเสียงหนักที่พยางค์ที่ 2 คือ

(a) คำต่อไปนี้ออกเสียนงหนัก (stress) พยางค์ที่ 2 ได้แก่ :

Committee
คอมมิทที
คณะกรรมการ
Abandon
เออะแบ๊นเดิ้น
ยกเลิก,ยอมแพ้
Already
ออลเร็ดดี้
เรียบร้อยแล้ว
Examine
เอกแซมไมน์
ตรวจ
Convenient
คันวีเนียนท์
สะดวก
Convention
คอนเว็นชั่น
อนุสัญญา
Promotion
โพรโมชั่น
การส่งเสริม
Etc.












(b) คำ 3 พยางค์ต่อไปนี้ ซึ่งพยางค์แรกเป็นคำ prefix ไม่ออกเสียงหนัก คงออกเสียงหนักของพยางค์ต่อไป ได้แก่

Contribute
คอนทริ๊บบิวท
ให้, ช่วยเหลือ
Accomplish
แอ๊คคอมพลีช
ทำให้สำเร็จ
Envelop
เอ็นเว้ลเลิฟ
ปิดล ห่อ
Attribute
แอ๊ททริบบิวท
คุณสมบัติ,ผู้อยู่ในอุปการะ
Develop
ดิเว้ลเลิฟ
ทำให้เจริญ
Inhuman
อินฮิวมัน
ทารุณ
Grammarian
แกรมม่าเรียน
นักไวยากรณ์
Etc.












3) คำ 4 พยางค์ต่อไปนี้ออกเสียนงหนักพยางค์ที่ 2 นับจากข้างหน้า (ตามกฎข้อที่ 3 นี้ มีคำศัพท์เป็นจำนวนมากหลายพันคำ ไม่สามารถนำมาอธิบายไว้ได้หมด แต่จะยกตัวอย่างพอเป็นแนวทางเท่านั้น
Philosophy
ฟิล้อสเซ่อะฟิ
ปรัชญา
Democracy
ดิม้อคเครอซี
ประชาธิปไตย
Photographer
เฟอท้อกเกรอะเฟอะ
ช่างภาพ
Credulity
คริดิวลิทิ
ความหูเบา, เชื่อง่าย
Corruptible
คอรัพทิบึล
ทำให้เลวลงได้
Unquestionable
อันเคว็สชันนะบึล
ไม่ต้องสงสัย
Unmannerly
อันแมนเนอลี
กิริยาเลว
Speedometer
สปิด้อมมิเทอะ
เครื่องวัดความเร็ว










4) คำตั้งแต่ 4 พยางค์ต่อไปนี้ บางคำก็ออกเสียงหนัก (stress) ที่พยางค์ที่ 1 บางคำ ก็พยางค์ที่ 2 และบางคำก็ที่ 3 หรือที่ 4 ซึ่งอันนี้นักศึกษาต้องสังเกตและจดจำเอาไว้ ได้แก่

Orientation
โอเรียนเทชั่น
การทำตนให้เป็นชาวตะวันตก
Organization
ออกะไนเซชัน
การจัดองค์การ
Defensible
ดิเฟ็นซิบึล
ซึ่งอาจป้องกันได้
Deformation
ดิฟอเมชัน
การทำให้เสียรูป
Popularize
พ็อพพิลแลไรซ
ทำให้เป็นที่รักของคนทั่วไป
Gratification
แกรททิฟิเคชัน
การทำให้พอใจ
Excellency
เอ็คซึลึนซิ
ตำแหน่งมีเกียรติสูง
Comparative
คัมแพระทีพว
ที่เปรียบเทียบขั้นกว่า
Suffocation
ซัฟโฟเคชัน
การหายใจไม่ออก
Etc.















หมายเหตุ : การออกเสียงหนัก-เบาตามกฎข้อที่ 4 นี้ ควรดูจาก dictionary เป็นดีที่สุด

5) คำ 2 พยางค์หรือ 3 พยางค์ต่อไปนี้ เมื่อออกเสียงหนักที่พยางค์แรกจะเป็นนาม (noun) ออกเสียนงหนักที่พยางค์สุดท้ายจะเป็นกริยา (verb) ได้แก่คำ

Noun

Verb
Present
แนะนำ,มอบให้
Present
Detail
รายละเอียด
Detail
Import
สินค้าขาเข้า
Import
Export
สินค้าขาออก
Export
Permit
อนุญาต
Permit
Object
คัดค้าน
Object
Progress
ก้าวหน้า
Progress
Contest
แข่งขัน
Contest
Record
บันทึก
Record
Contract
สัญญา
Contract
Subject
สิ่งของ
Subject
Produce
ผลิต
Produce
Survey
สำรวจ
Survey
Pronounce
ออกเสียง
Pronounce
Protest
คัดค้าน
Protest
Contrast
ขัดกัน
Contrast
Discount
ส่วนลด
Discount
Extract
วิเคราะห์
Extract
Reprint
พิมพ์ซ้ำ
Reprint

ข้อยกเว้น : คำ 2 พยางค์ต่อไปนี้ ไม่ว่าจะเป็น noun หรือ verb ออกเสียนงหนักเหมือนกัน ได้แก่
Contract
ติดต่อ
Report
รายงาน
Dispute
ทะเลาะขัดแย้ง
Process
ดำเนินงาน
Interview
สัมภาษณ์
Purchase
ซื้อ

สุ่มบทความภาษาอังกฤษจากบทความทั้งหมด