แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Verb แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Verb แสดงบทความทั้งหมด

หลักการแปลภาษาอังกฤษ ตอนที่ 6

4. สกรรมกริยา (Transitive Verbs)
    อันนี้ในภาษาไทยก็มีครับ ผมขอเรียกเป็นชื่อง่ายๆ ที่เข้าใจกันได้ก็คือ กริยาที่ต้องการกรรมมารับ ลักษณะเหมือนภาษาไทยเลยครับ ถ้าเป็นในภาษาไทยเราก็อาจพูดคำว่า ฉันอ่าน ถ้าไม่มีกรรมมารองรับเราก็จะไม่รู้อยู่ดีว่า อ่านอะไร ถ้าดูในภาษาอังกฤษก็เช่นกันครับ ตัวอย่าง เช่น
She is wearing a red shirt
เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีแดง

    ให้สังเกตว่าถ้าเราไม่มีกรรมอย่าง a red shirt มารับ เราก็จะไม่สามารถเข้าใจได้ว่า เธอสวมอะไรอยู่กันแน่

ลองดูอีกตัวอย่างหนึ่งก็แล้วกันน่ะ
Dusit does his homework
ดุสิตทำการบ้านของเขา

5. อกรรมกริยา (Intransitive Verbs)
    ในกลุ่มนี้ก็จะตรงข้ามกับกลุ่มที่แล้วเลยครับ ถ้าจะเรียกง่ายๆ ก็คงต้องใช้ว่า กริยาที่ไม่ต้องการกรรมมารับ คำพวกนี้แม้ประโยคมีแค่  ประธาน กับ กริยา ก็มีใจความสมบูรณ์แล้วครับ เช่น
I walk.  ฉันเดิน
A monkey died.  ลิงตาย

    การใช้ Verb น่ะครับ เป็นสิ่งที่มีปัญหาพอสมควร แต่ไม่ใช่เรื่องการวางตำแหน่งของกริยาหรอกน่ะครับ แต่เป็นปัญหาเรื่องการผัน และการเลือกใช้คำต่างๆ เสียมากกว่า ก็เลยจะนำเรื่องการผัน Verb มาให้ลองอ่านทบทวนกันดู
    การผันกริยาในภาษาอังกฤษนั้นมีหลายวิธีในรูปประโยคต่างๆกัน แต่เมื่อนำมารวบรวมดูแล้ว การผันนั้นก็มีด้วยกันอยู่ 3 ลักษณะใหญ่ได้แก่
1. ผันรูป Present Simple
    ชื่อก็บอกอยู่แล้วครับ ว่าเป็นการผันรูปกริยาเพื่อใช้กับประโยค Present Simple โดยเฉพาะ โดยการผันกริยาในรูปแบบบนี้นั้น จะถูกนำไปใช้ในประโยคที่มีประธานเป็นเอกพจน์ (ผู้อ่านจะได้ทำความรู้จักกับรูปประโยคในเนื้อหาต่อๆไปครับ)

    ลักษณะการเปลี่ยนกริยาตามกลุ่มประโยค Present Simple
กลุ่มที่ 1   กริยาทั่วไปที่ไม่ลงท้ายด้วยสระ 0 เติม s ได้ทันที
    เช่น eat, show, hate, love, collect เป็นต้น
กลุ่มที่ 2 กริยาที่ลงท้ายด้วยสระ 0,s, sh, ch, x, z เติม es
    เช่น go, teach, fix, kiss
กลุ่มที่ 3 กริยาลงท้ายด้วย y ให้เปลี่ยน y เป็น i แล้วเติม es
    เช่น shy, cry

    ในการเปลี่ยนกริยาตามกลุ่มประโยคในลักษณะนี้นั้น จะเติม s หรือ es ที่กริยาก็ต่อเมื่อประธานเป็นคำนามเอกพจน์ หรือเป็นสรรพนามเอกพจน์บุรุษที่สาม

เรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง Compound Words

เรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง Compound Words

ถาม Compound Word คืออะไร แบ่งออกเป็นกี่ชนิดอะไรบ้าง

Compound Word แปลว่า “คำประสม” ได้แก่ “คำนามที่ไปรวมกับคำอื่น เช่น รวมกับนามด้วยกันเองบ้าง, รวมกับคุณศัพท์บ้าง, รวมกับคำวิเศษณ์บ้าง เป็นต้น แล้วทำให้คี่รวมกันนั้นเกิดเป็นคำประสมขึ้นมา” เรียกคำนั้นว่า Compound Word และหลักเกณฑ์ในการนำเอาคำต่างๆดังกล่าวมาแล้วไปประสมกันนั้นจะถือว่า คำข้างหน้าเป็นคำทำหน้าที่ขยาย ส่วนคำข้างหลังเป็นคำหลัก คำยืนซึ่งจะมีความหมายสำคัญกว่า เช่น bookseller (คนขายหนังสือ) seller = ผู้ขาย มีความหมายสำคัญ เพราะเป็นคำยืน ส่วน book = หนังสือเป็นคำขยายทำหน้าที่อย่างคุณศัพท์ แม้นัยอื่นก็ให้เทียบตามตัวอย่างที่ว่ามานี้

Compound Word แบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ ตามลักษณะของคำคือ

1. Compound Noun = คำที่ประสมกันแล้วทำหน้าที่เป็นนาม

2. Compound Adjective = คำที่ประสมกันแล้วทำหน้าที่อย่างคุณศัพท์

1. Compound Noun ได้แก่ “คำที่นำไปประสมกันหรือรวมกันแล้วจะทำหน้าที่เป็นนามหรือใช้อย่างนาม” ซึ่งอาจเกิดมาจากการประสมกันได้ดังต่อไปนี้ คือ

(1) Noun + Noun (นามประสมกับนาม) แบ่งออกไปได้อีก 5 ชนิดย่อยๆ คือ


1.1 นามตัวแรกจะบอกให้รู้ว่านามตัวหลังทำจากอะไร เช่น
a glass bottle = แก้วน้ำ (a bottle made of glass)

a leather hat = หมวกหนัง (a hat made of leather)
a diamond ring = แหวนเพชร (a ring made of diamonds)
an iron gate = ประตูเหล็ก (a gate made of iron)

1.2 นามตัวแรกบอกสิ่งที่ขาย นามตัวหลังบอกอาชีพ เช่น
a bookseller = คนขายหนังสือ (a seller of books)

an encyclopedia salesman = คนขายหนังสือสารานุกรม (a salesman of encyclopedia)

a dressmaker = ช่างตัดเสื้อ (a maker of dresses)

a rice merchant = พ่อค้าข้าว (a merchant of rice)

1.3 นามตัวแรกเป็นของบรรจุไว้ นามตัวหลังเป็นภาชนะสำหรับใส่ เช่น
a flower vase = แจกันดอกไม้ (a vase for flowers)

a wine bottle = ขวดเหล้าไวน์ (a bottle for wine)

a petrol barrel = ถังน้ำมันรถ (a barrel for petrol)

a fruit basket = ตะกร้าผลไม้ (a basket for fruit)

1.4 นามตัวหลังมีความสัมพันธ์กับนามตัวแรก เช่น

a reference book = หนังสืออ้างอิง (a book of reference)

a record-player = เครื่องบันทึกเสียง (a player of records)

a mathematics teacher = ครูสอนคณิตศาสตร์ (a teacher of mathematics)

a light switch = ที่เปิด-ปิดไฟ (a switch of light)

1.5 นามตัวหน้าบอกให้ทราบสถานที่ของนามตัวหลัง เช่น

a park pool = สระน้ำประจำสวนสาธารณะ (a pool in a park)

a country man = คนบ้านนอก, คนชนบท (a man in the country)

a shop assistant = ผู้ช่วยเจ้าของร้าน (an assistant in a shop)

a garden furniture = เครื่องประดับสวน (furniture in a garden)

2. Present Participle or Gerund + Noun (กริยาเติม ing ประสมกับนาม) เช่น
a dancing-teacher = ครูสอนเต้นรำ (a teacher who is dancing)


the following-year = ปีต่อไป (a year which follows)

a racing-horse = ม้าแข่ง (a horse that (which) races)

a sewing-machine = จักรเย็บผ้า (a machine that sews)

a swimming-pool = สระว่ายน้ำ (a pool for swimming)

3. Noun+Verb เติม er, หรือ or เป็นคำนามประสมได้ เช่น


a shopkeeper = เจ้าของร้าน (a person who keeps a shop)

a hairdresser = ช่างทำผม (a person who dresses hair)

a bus driver = คนขับรถเมล์ (a person who drives a bus)

a hair dryer = เครื่องเป่าผม (a thing that dries hair)

4. Verb เติม er + บุรพบท เป็นคำนามประสมได้ เช่น
a passer-by = คนที่สัญจรไปมา

a looker-on = คนดู

5. Noun + บุรพบท + noun เป็นคำนามประสมได้ เช่น
a man-of-war = เรือรบ

a sister-in-law = ลูกสะใภ้ เป็นต้น

Compound Adjective ได้แก่ “คำที่ประสมกันแล้วทำหน้าที่อย่างคุณศัพท์หรือเป็นคุณศัพท์เพื่อไปขยายนามหรือสรรพนาม” วิธีประสมกันเมื่อเป็น Compound Adjective มีดังต่อไปนี้

1. Adjective + noun เติม ed แล้วใช้เป็นคุณศัพท์ประสมได้ เช่น

a middle-aged man = ชายวัยกลางคน

a red-nosed boy = เด็กจมูกแดง

a bad-tempered woman = ผู้หญิงเจ้าอารมณ์

an old-fashioned idea = ความคิดล้าสมัย

2. Noun + Adjective แล้วใช้เป็นคุณศัพท์ประสมไปขยายได้ เช่น

the stone-cold floor = พื้นเย็นเหมือนกับหิน

nut-brown eyes = นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้ม

a blood-red dress = ชุดแต่งตัวสีแดงเหมือนเลือด

3. Adjective + Adjective แล้วใช้เป็นคุณศัพท์ประสมได้ เช่น

a tall-dark man = ชายร่างสูงผิวคล้ำ

bitter-sweet cake = เค้กมีรสขมๆ หวานๆ

brown-grey beard = เคราสีน้ำตาลปนเทา

4. Noun + Noun เพื่อไปขยายด้วยกันนั้น ถือเป็นคุณศัพท์ประสมได้ เช่น

a sound-proof room = ห้องเก็บเสียง

water-proof cloth = ผ้ากันน้ำ (เช่น ผ้ายาง, ผ้าร่ม)

Water-proof glass = กระจกกันน้ำได้

5. Adjective + Noun ที่ไปขยายนามถือเป็นคุณศัพท์ประสมได้ เช่น
a heavy-weight boxer = นักมวยรุ่นเฮฟวี่เวท

upper-class people = ชนชั้นสูง

6. Noun (หรือ adjective, adverb) + Past Participle ถือเป็นคุณศัพท์ประสมได้ เช่น

the snow-covered mountain = ภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ

a well-trained horse = ม้าที่ฝึกดีแล้ว

a ready-made shirt = เสื้อที่ตัดเรียบร้อยแล้ว

a badly-written letter = จดหมายที่เขียนไม่ดี

7. Noun (หรือ adjective, adverb) + Present Participle ถือเป็นคุณศัพท์ประสมได้ เช่น


Grass-cutting machinery = เครื่องมือตัดหญ้า

a quickly-growing baby = เด็กที่เจริญเติบโตเร็ว

a high-flying aeroplane = เครื่องบินที่บินสูงได้

nigh-blooming flowers = ดอกไม้ที่บานในยามราตรี

8. Given phrases (วลีที่ให้มา) + Noun ถือเป็นคุณศัพท์ประสมได้ เช่น
a broken-hearted man = ชายที่อกหัก

a worth-while experiment = การทดลองที่มีค่า

a six-year-old boy = เด็กชายที่มีอายุ 7 ปี

an up-to-date radio = วิทยุที่ทันสมัย

the midnight-urgent news = ข่าวด่วนเที่ยงคืน

9. คุณศัพท์ประสมอาจเป็นรูปอื่นๆ (other different forms) ก็ได้ เช่น

a three-hour work = การทำงาน 3 ชั่วโมง
(or) = three hours’ work = การทำงาน 3 ชั่วโมง

a twenty-minute conversation = การสนทนากินเวลา 20 นาที
(or) = a twenty minutes’ conversation = การสนทนากินเวลา 20 นาที

เรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง Word Building ตอน การใช้ Suffix ตอนที่ 2

เรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง Word Building ตอน การใช้ Suffix ตอนที่ 2

-est, -st
ใช้เติมหลังคุณศัพท์ เพื่อทำคุณศัพท์นั้นให้เป็นขั้นสูงสุด (Superlative degree) เพื่อใช้ในการเปรียบเทียบ เช่น
ขั้นปกติ

ขั้นกว่า

ขั้นสูงสุด

Tall
สูง
Taller
สูงกว่า
Tallest
สูงที่สุด
Small
เล็ก
Smaller
เล็กกว่า
Smallest
เล็กที่สุด
Large
ใหญ่
Larger
ใหญ่กว่า
Largest
ใหญ่ที่สุด
Wise
ฉลาด
Wiser
ฉลาดกว่า
Wisest
ฉลาดที่สุด


-ese
ใชเติมหลังคำนามโดยเฉพาะที่เป็นชื่อเมือง หรือชื่อประเทศนั้นๆเพื่อทำให้เป็นคุณศัพท์แปลว่า “เกี่ยวกับเมืองหรือประเทศนั้นๆ” การใช้ตามความหมายนี้ มักใช้ประกอบนามเสมอ เช่น
Noun

Adjective

Japan
ญี่ปุ่น
Japanese
เกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น
China
จีน
Chinese
เกี่ยวกับประเทศจีน
Burma
พม่า
Burmese
เกี่ยวกับประเทศพม่า


เช่น : Amito is a Japanese tourist. อามิโตะเป็นนักท่องเทที่ยวชาวญี่ปุ่น




-fold ใช้เติมหลังเลขบอกจำนวนนับ เช่น one, two, three, four, etc. เพื่อใช้เป็นคุณศัพท์แสดงถึง “จำนวนเท่า” หรือ “ส่วนต่างๆ ที่จำแนกออกไป” เช่น
เลขตัวเดิม

จำนวนเท่า

Ten
สิบ
Tenfold
สิบเท่า, สิบประการ
Four
สี่
Fourfold
สี่เท่า, สี่ประการ
Eight
แปด
Eightfold
แปดเท่า, แปดประการ
Hundred
ร้อย
Hundredfold
ร้อยเท่า, ร้อยประการ
Thousand
พัน
Thousandfold
พันเท่า, พันประการ


-fall
ใช้เติมท้ายคำนาม เพื่อทำให้เป็นคุณศัพท์ มีความหมายว่า “เต็มไปด้วย” เช่น
Noun

Adjective

Hope
ความหวัง
Hopeful
เต็มไปด้วยความหวัง
Care
ความระมัดระวัง
Careful
เต็มไปด้วยความระมัดระวัง
Beauty
ความสวย
Beautiful
เต็มไปด้วยความสวย, สวย
Use
ประโยชน์
Useful
มีหรือเต็มไปด้วยประโยชน์


ing
ใช้เติมหลังรูปกริยาช่องที่ 1 (Simple Form) เพื่อทำให้เป็น participial Adjective) เช่น
Verb

Adjective

Interest
ทำให้สนใจ
Interesting
น่าสนใจ
Bore
ทำให้เบื่อ
Boring
น่าเบื่อหน่าย
Amuse
ทำให้สนุก
Amusing
น่าสนุก

-ish ใช้เติมหลังคำอื่นๆ ได้ดังต่อไปนี้

1)เติมหลังนามเพื่อให้เป็นคุณศัพท์ มีความหมายว่า “เหมือน, ราวกับ, อย่างกับ” ซึ่งแสดงถึงลักษณะอาการ เช่น
Noun

Adjective

Child
เด็ก
Childish
เหมือนเด็ก
Fool
คนโง่
Foolish
เหมือนคนโง่
Devil
ผี, ปีศาจ
Devilish
เหมือนผี
Pig
หมู
Piggish
อย่างกับหมู

2)ใช้เติมหลัง Adjective เพื่อทำให้เป็น Adjective อีก เช่นกัน แต่มีความหมายว่า “ราวๆ, ค่อนข้างจะ, เกือบจะ เช่น
Adjective (เดิม)

Adjective (เติม –ish)

Young
หนุ่ม
Youngish
ค่อนข้างหนุ่ม
Old
เก่า, แก่
Oldish
ค่อนข้างเก่า
Green
สีเขียว
Greenish
ค่อนข้างสีเขียว
Fat
อ้วน
Fattish
ค่อนข้างอ้วน
Red
สีแดง
Reddish
ค่อนข้างสีแดง

3) เติมหลังคำนามที่เกี่ยวกับเวลา (Time) เมื่อใช้เป็นคุณศัพท์ มีความหมายว่า “ราวๆ” หรืออาจจะช้ากว่า หรือ เร็วกว่านั้นก็ได้ เช่น
Noun

Adjective

Noon
เที่ยง
Noonish
ราวๆ เที่ยง
Four
สี่ (โมง)
Fourish
ราวๆ 4 โมง
Midnight
เที่ยงคืน
Midnightish
ราวๆ เที่ยงคืน

-tive, ative ใช้เติมข้างหลังกริยาหรือนาม เพื่อให้เป็นคุณศัพท์ แสดงถึงลักษณะ นิสัย หรือ มีความชอบไปในทางนั้นๆ เช่น
Verb

Adjective

Product (n.)
ผลิต
Productive
ผลผลิต
Act
กระทำ
Active
คล่องแคล่ว
Talk
พูด
Talkative
คนช่างพูด
Destroy
ทำลาย
Destructive
ชอบทำลาย



-less ใช้เติมหลังนาม เพื่อทำให้เป็นคุณศัพท์ มีความหมายว่า “ไม่, ปราศจาก” (และให้สังเกตไว้ด้วยว่า ถ้าคำใดเติม less ได้ ก็มักจะเติม ful ได้) เช่น
Noun

Adjective

(เติม ful)
Care
ความเอาใจใส่
Careless
ไม่รอบคอบ
Careful
Fear
ความกลัว
Fearless
ไม่กลัว
Fearful
Pain
ความเจ็บปวด
Painless
ไม่เจ็บปวด
Painful
Faith
ความเชื่อถือ
Faithless
ไม่เลื่อมใส
Faithful
Home
บ้าน
Homeless
ไม่มีบ้าน
-



-like ใช้เติมหลังคำนาม เพื่อให้เป็นคำคุณศัพท์ มีความหมายว่า “มีลักษณะท่าทางเหมือน”

เช่น
Noun

Adjective

God
พระเจ้า
Godlike
เหมือนพระเจ้า
Boy
เด็ก
Boylike
คล้ายเด็ก
Man
ผู้ชาย
Manlike
เหมือนผู้ชาย
Dog
สุนัข
Doglike
เหมือนสุนัข

-ly ใช้เติมหน้าหลังคำนาม เพื่อทำให้เป็นคุณศัพท์ มีความหมายว่า “มีลักษณะเหมือนอย่าง” เช่น
Noun

Adjective

Monk
พระ
Monkly
เหมือนพระ
Soldier
ทหาร
Soldierly
เหมือนทหาร
Father
พ่อ
Fatherly
เหมือนพ่อ
Friend
เพื่อน
Friendly
เหมือนเพื่อน
Man
ผู้ชาย
Manly
เหมือนผู้ชาย


ข้อสังเกต : ปัจจัย ly ถ้าไปเติมท้ายคุณศัพท์ จะทำให้คุณศัพท์ตัวนั้นกลายเป็น Adverb (คำกริยาวิเศษณ์) เช่น
Adjective

Adverb

Happy
สุข
Happily
อย่างมีสุข
Slow
ช้า
Slowly
อย่างช้า
Complete
สมบูรณ์
Completely
อย่างสมบูรณ์

ข้อยกเว้น : คำที่ลงท้ายด้วย ly ต่อไปนี้เป็นได้ทั้ง Adjective Adverb (ส่วนมากจะเป็นคำบอกเกี่ยวกับเวลาทั้งนั้น) เช่น
Noun

Adjective และ Adverb

Hour
ชั่วโมง
Hourly
ทุกๆ ชัวโมง
Day
วัน
Daily
ประจำวัน
Week
สัปดาห์
Weekly
รายสัปดาห์
Month
เดือน
Monthly
รายเดือน
Year
ปี
Yearly
รายปี

-most ใช้เติมหลังบุรพบท (ส่วนมากจะได้แก่ in, out, up, etc.) เพื่อให้เป็นคุณศัพท์ เช่น
Preposition

Adjective

In
ใน
Inmost
ข้างในสุด
Out
นอก
Outermost
ข้างนอกสุด
Up
บน
Uppermost
บนสุด

-y ใช้เติมหลังคำนาม เพื่อให้เป็นคำคุณศัพท์ เช่น
Noun

Adjective

Sun
ดวงอาทิตย์
Sunny
มีแสงแดด
Dust
ฝุ่น
Dusty
เต็มไปด้วยฝุ่น
Cloud
เมฆ
Cloudy
มีเมฆ
Wind
ลม
Windy
มีพายุ
Fun
ความสนุกสนาน
Funny
มีความสนุก

-Some ใช้เติมหลังคำนาม เพื่อทำให้เป็นคุณศัพท์ มีความหมายว่า “น่า, มีลักษณะเป็น” เช่น
Noun

Adjective

Trouble
ความลำบาก
Troublesome
น่ายุ่งยาก
Quarrel
การทะเลาะ
Quarrelsome
ชอบทะเลาะ


-ward
ใช้เติมหลังคำนาม เพื่อทำให้เป็นคุณศัพท์ มีความหมายว่า “ทาง, ไปทาง” เช่น
Noun

Adjective

Back
หลัง
Backward
ไปทางหลัง
Down
ล่าง
Downward
ลงไปข้างล่าง
Up
บน
Upward
ขึ้นไปข้างบน
Cast
ตะวันออก
Eastward
ไปทางตะวันออก
North
ทิศเหนือ
Northward
ไปทางทิศเหนือ


-ular ใช้เติมหลังคำนาม เพื่อทำให้เป็นคุณศัพท์ เช่น
Noun

Adjective

Angle
มุม
Angular
มีหลายมุม
Circle
วงกลม
Circular
กลม
Table
ตาราง
Tabular
จัดเป็นตาราง
Muscle
กล้ามเนื้อ
Muscular
มีกล้ามเนื้อ

สุ่มบทความภาษาอังกฤษจากบทความทั้งหมด