แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Complex Sentence แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Complex Sentence แสดงบทความทั้งหมด

เรียน ภาษาอังกฤษ เรื่อง Transformation of Sentences ตอนที่ 7

เรียน ภาษาอังกฤษ เรื่อง Transformation of Sentences ตอนที่ 7

การเปลี่ยน Complex Sentence เป็น Simple Sentence

ถาม : เราจะเปลี่ยน Complex Sentence เป็น Simple Sentence ได้อย่างไร? จงบอกมาพร้อมทั้งยกตัวอย่างประกอบด้วย?

ตอบ : Complex Sentence แปลว่า “สังกรประโยค (คือประโยคที่มีเนื้อความซับซ้อน)” ปกติก็จะได้แก่ประโยคซึ่งประกอบด้วย Main Clause กับ Subordinate Clause และ Subordinate Clause ที่ว่านี้จะแบ่งออกไปอีกได้ 3 ชนิด คือ

1. Noun Clause

2. Adjective Clause

3. Adverb Clause

ทีนี้เมื่อต้องการจะเปลี่ยน Complex Sentence ให้เป็น Simple Sentence ก็ให้ทำได้โดยยึดหลักดังนี้คือ
- ใช้ noun แทน noun clause

- ใช้ adjective แทน adjective clause

- ใช้ adverb แทน adverb clause

เปลี่ยนโดยการใช้ Noun แทน Noun Clause

Complex : These are what I require.

เหล่านี้คือสิ่งที่ผมต้องการ

Simple = There are my requirements.

เหล่านี้คือสิ่งที่ต้องการของผม

Complex : He said that he was innocent.

เขาพูดว่า เขาเป็นผู้บริสุทธิ์

Simple = He declared his innocence.

เขาประกาศความบริสุทธิ์ของเขา

Complex : Tell me where she lives.

บอกผมซิว่า หล่อนอยู่ที่ไหน

Simple = Tell me her address.

จงบอกตำบลที่อยู่ของหล่อนแก่ผมซิ

Complex : He remarked how beautiful she was.

เขาอุทานว่า หล่อนช่างสวยจริงๆ

Simple = He remarked on her beauty.

เขาอุทานในความสวยของหล่อน

Complex : She wants to know what my name is.

หล่อนต้องการรู้ว่าผมชื่ออะไร

Simple = She wants to know my name.

หล่อนต้องการรู้ชื่อของผม

เรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง Transformation of Sentences ตอนที่ 6

เรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง Transformation of Sentences ตอนที่ 6

การเปลี่ยน Simple Sentence เป็น Complex Sentence

ถาม : เราจะเปลี่ยน Simple Sentence เป็น Complex Sentence ได้อย่างไร ขอให้อธิบายมาพร้อมยกตัวอย่างประกอบด้วย

ตอบ : ประโยค Simple Sentence แปลว่า “เอกัตถะประโยค” หมายถึง “ประโยคที่มีกริยาแท้ (Finite Verb) เพียงตัวเดียว ส่วนคำอื่นๆ จะมีมากหรือน้อยอย่างไรก็ได้” เราสามารถเปลี่ยน Simple Sentence เป็น Complex Sentence ได้โดยการขยายคำหรือวลีที่มีอยู่ใน Simple Sentence นั้นไปเป็น Subordinate Clause โดยอาศัย Subordinate Conjunction (อนุสันธาน) เป็นตัวเชื่อมหรือนำประโยคให้ ตัวอย่างเช่น

Simple : I am sure of your success.

ผมมั่นใจว่าคุณต้องประสบความสำเร็จ

Complex = I am sure that you will succeed. (Noun Clause)

ผมมั่นใจว่าคุณจะต้องประสบความสำเร็จ

Simple : Bangkok, the capital of Thailand, is situated on the left bank of the Chao Praya River.

กรุงเทพเมืองหลวงของประเทศไทยตั้งอยู่บนซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยา

Complex = Bangkok, which is the capital of Thailand, is situated on the left bank of the Chao Praya River.

กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย ตั้งอยู่บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยา (Adjective Clause)

Simple : On reaching home, they went to bed.

พอมาถึงบ้าน พวกเขาก็ไปนอน

Complex = As soon as they reached home, they went to bed, (Adverb Clause)

ทันทีที่พวกเขามาถึงบ้าน พวกเขาก็ไปนอน

Simple : I have no money to spare you.

ผมไม่มีเงินที่จะแบ่งให้คุณ

Complex = I have no money that I can spare you.

ผมไม่มีเงินที่ผมสามารถแบ่งให้คุณได้ (Adjective Clause)

Simple : My grandfather died at the age of seventy-five.

ปู่ของผมตายเมื่ออายุได้ 75 ปี

Complex = My grandfather died when he was seventy-five years old.

ปู่ของผมตาย เมื่อท่านอายุได้ 75 ปี (Adverb Clause)

Simple : He paid off his brother’s debts.

เขาชำระหนี้ให้น้องชายของเขา

Complex = He paid off the debts which his brother had contracted.

เขาชำระหนี้สินซึ่งน้องชายของเขาได้ทำสัญญาไว้

(Adjective Clause)

เรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง Transformation of Sentences ตอนที่ 3

เรียนภาษาอังกฤษ เรื่อง Transformation of Sentences ตอนที่ 3

2. การเปลี่ยนรูปแบบประโยคโดยการเปลี่ยนชนิดของประโยคด้วย

การเปลี่ยนรูปแบบประโยคโดยการเปลี่ยนชนิดของประโดยด้วยนั้น หมายถึงว่า ประโยคทั้ง 3 ชนิด คือ Simple Sentence, Compound Sentence และ Complex Sentence เราอาจเปลี่ยนจากชนิดหนึ่งไปเป็นอีกชนิดหนึ่งได้ โดยมีความหมายเท่าเดิม เช่น

Simple : This work is too hard for me to do.

งานนี้ยากเกินไปสำหรับผมที่จะทำ

Complex : This work is very hard, so I can’t do it.

งานนี้ยากมาก ดังนั้นผมจึงไม่สามารถทำได้

Complex : This work is so hard that I can’t do it.

งานนี้ยากมากจนกระทั่งผมไม่อาจทำได้

Simple : Walking along the street, the poor boy was hit by a motor car.

ขณะที่กำลังเดินไปตามถนน เด็กผู้น่าสงสารคนนั้นถูกรถยนต์ชน

Compound : The poor boy walking along the street and was hit by a motor car.

เด็กผู้น่าสงสารคนนั้นเดินไปตามถนนและก็ถูกรถยนต์ชน

Complex : The poor boy who was walking along the street was hit by a motor car.

เด็กผู้น่าสงสารซึ่งกำลังเดินไปตามถนน ถูกรถยนต์ชนเสียแล้ว

รวมประโยคให้เป็น Complex Sentence

รวมประโยคให้เป็น Complex Sentence

ถาม : เราจะรวมประโยคหลายประโยคให้เป็น Complex sentence ได้อย่างไร ขอให้อธิบายให้ทราบโดยละเอียด

ตอบ : เราเคยได้เรียนรู้ไปแล้วว่า Complex Sentence คือ ประโยคที่รวมกันขึ้นมาจากประโยคเล็กตั้งแต่ 2 ประโยคขึ้นไป ซึ่งใน 2 ประโยคนี้ ประโยคหนึ่งเป็น Main Clause อีกประโยคหนึ่งเป็น Subordinate Clause ดังนั้นเมื่อเราจะรวมข้อความ 2 ประโยคขึ้นไปให้เป็น Complex Sentence ให้เราทำได้โดยการทำประโยคใดประโยคหนึ่งให้เป็น Main Clause และทำประโยคที่เหลือให้เป็น Subordinate Clause ซึ่งอาจจะได้แก่ Noun Clause, Adjective Clause หรือ Adverb Clause อันใดอันหนึ่งแล้วแต่ความเหมาะสมของใจความ เช่น

ประโยคเดิม : He is very lazy. This is certain.

เขาขี้เกียจมาก นี้เป็นสิ่งแน่นอน

รวมประโยคแล้ว : It is certain that he is very lazy.
เป็นสิ่งแน่นอนที่ว่าเขาเป็นคนเกียจคร้านมาก (Noun Clause)

ประโยคเดิม : This is the postman. The postman brings us letters every day.
นี้คือบุรุษไปรษณีย์ บุรุษไปรษณีย์นำจดหมายมาให้เราทุกวัน

รวมประโยคแล้ว : This is the postman, who brings us letters every day.
นี่คือบุรุษไปรษณีย์ผู้ซึ่งนำจดหมายมาให้เราทุกวัน (Adjective Clause)

ประโยคเดิม : It is very difficult. I can’t do it.
มันยากมาก ผมไม่สามารถทำได้

รวมประโยคแล้ว : It is so difficult that I can’t do it.

มันยากมากจนกระทั่งผมทำไม่ได้ (Adv. Clause)

ประโยคเดิม : I have a duty to perform. The duty is very boring.

ผมมีหน้าที่ที่จะทำ หน้าที่นั้นน่าเบื่อหน่ายมาก

รวมประโยคแล้ว : I have a duty, which is very boring, to perform.

ผมมีหน้าที่ซึ่งน่าเบื่อหน่ายมากที่จะกระทำ (Adj. Clause)


Complex Sentence


Complex Sentence

ถาม : Complex Sentence คือประโยคอะไร

ตอบ : Complex Sentence แปลว่า “สังกรประโยค” หรือ “ประโยคที่มีเนื้อความซ้อน” หมายถึง ประโยคใหญ่ที่ประกอบขึ้นมาจากประโยคเล็ก 2 ประโยค ซึ่งใน 2 ประโยคนี้มีความสำคัญไม่เท่ากันนั่นคือ ประโยคหนึ่งเรียกว่า Main Clause หรือ Principal Clause (ประโยคหลัก) ส่วนอีกประโยคหนึ่งเรียกว่า Subordinate Clause (ประโยคอาศัย) เป็นประโยคที่ต้องอาศัยประโยค Main Clause เสียก่อนแล้วจึงได้เนื้อความสมบูรณ์ ซึ่งก็แน่ละหากแยกกันอ่านทีละประโยค ประโยค Main Clause (หรือ Principal Clause) จะอ่านได้เนื้อความสมบูรณ์ในตัวของมันเอง ส่วนประโยค Subordinate Clause จะอ่านไม่ได้ความหมายเลย ตัวอย่าง เช่น

This is the house that Jack bought last year.

นี้คือบ้านที่แจ็คได้ซื้อเอาไว้เมื่อปีที่แล้ว

ข้อความนี้แยกออกได้เป็น 2 ประโยคคือ This is the house เป็นประโยค Main Clause ส่วน that Jack bought last year เป็น Subordinate Clause จะเห็นได้ว่าเมื่อประโยคเล็ก (Simple Sentence) 2 ประโยคมารวมอยู่ด้วยกัน จึงทำให้ประโยที่กล่าวมานี้กลายเป็น Complex Sentence ขึ้นมาทันที

สิ่งที่นักศึกษาควรจับตามองต่อไปก็คือว่า ประโยคเล็ก 2 ประโยคที่มารวมกันแล้ว กลายเป็น Complex Sentence นั้น ใช้อะไรเล่าเป็นคำเชื่อม คำตอบก็คือ ใช้คำตอไปนี้เป็นคำเชื่อมระหว่างประโยค Main Clause กับ Subordinate Clause คือ

If
As if
Since
Because
That
Whether
Lest
As
Before
After
While
Till
Until
Though
Although
Unless
So that
Than
Provided
In order that






1)ใช้คำเชื่อมหรือคำเชื่อมแฝง (Subordinate Conjunction) ได้แก่
เช่น
He is unhappy because he is very poor.
เขาไม่มีความสุข เพราะว่าเขายากจนมา
She said that she would come back soon.
หล่อนพูดว่า หล่อนจะกลับมาเร็วๆนี้
Danai works as if he were a machine.
ดนัยทำงานราวกับว่าเขาเป็นเครื่องจักร
Wait here until I come back.
รออยู่ที่นี่จนกว่าผมจะกลับมา
(ประโยคที่ยกมาแสดงให้ดูนี้ถือว่าเป็น Complex Sentence ทั้งสิ้น)
Who
Whom
Whose
Which
That
As
But
What
Of which
Where



2)ใช้ประพันธ์สรรพนาม (Relative Pronoun) เป็นคำเชื่อมได้ ได้แก่คำต่อไปนี้คือ
เช่น
He is the first man who has won this kind of prize.
เขาเป็นผู้ชายคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้
She made the same mistakes as her sister did.
หล่อนได้ทำผิดอย่างเดียวกันกับที่น้องสาวของเธอทำ
The man who came here this morning is my uncle.
ผู้ชายที่มาที่นี่เมื่อเช้านี้เป็นลุงของผม
There was no one but admired him.
ไม่มีผู้ใดที่จะไม่ยกย่องเขา
The tree of which the leaves are yellow is dying.
ต้นไม่ที่มีใบเหลือง (แสดงว่า) กำลังจะตาย
(ประโยคข้างบนนี้ถือว่าเป็น Complex Sentence เพราะมี who, but, of which ไปเชื่อม)

3)ใช้สัมพันธ์วิเศษณ์ (Relative Adverb) เป็นคำเชื่อมได้ ได้แก่คำต่อไปนี้คือ

when whenever where why wherever how
เช่น
I don’t know when she arrives here.
ผมไม่ทราบว่า เมื่อไรหล่อนจะมาถึงที่นี่

He will go wherever she lives.

เขาจะไปที่ไหนก็ได้ที่หล่อนอยู่

Do you know how she did it?

คุณทราบไหมว่าหล่อนทำได้อย่างไร

I don’t understand why you have done that.
ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณจึงได้ทำอย่างนั้น
(ทุกประโยคที่ยกมาให้ดูนี้เป็น Complex Sentence เพราะมีสัมพันธ์วิเศษณ์คือ when, wherever, how, และ why มาเชื่อม)

สุ่มบทความภาษาอังกฤษจากบทความทั้งหมด